ตร.เผยญาติผู้ตายสุดโกรธ ปมกระบะเฉี่ยวชนไม่ยอมให้รถฉุกเฉินไปรับ

กรณีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัสถี รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางบัวทอง ได้เกิดการเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะของชาวบ้าน เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษก จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กร 1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล สาคร อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้เกิดขับรถเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ 6997 กทม. โดยมีนายชัยวัฒน์ เสียงสุทธิวงศ์ อายุ 53 ปี เป็นคนขับ จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้าย มีร่องรอยของสีถลอก ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะ มีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยทั้งสองไม่สามารถตกลงกันได้ จึงนำตัวคู่กรณีมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อที่ สภ.บางบัวทอง

นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพ รพ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการ รพ.พระนั่งเกล้า ว่าให้รีบไปรับผู้ป่วยอาการแน่นหน้าอกที่ภายในหมู่บ้านบางบัวทอง เลขที่ 103/271 หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล โดยระหว่างทางตนได้เปิดสัญญาณไซเรนฉุกเฉินเพื่อขอทางมาตลอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนได้พยายามขับรถเบี่ยงเข้าช่องทางด้านซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าซอยวัดลาดปลาดุก ปรากฏว่าท้ายรถตู้ไปเฉี่ยวชนเข้ากับรถยนต์กระบะคู่กรณี ตนจึงได้นำรถเข้าจอดด้านซ้ายพร้อมกับรถกระบะคู่กรณี ก่อนที่ตนและเจ้าหน้าที่พยาบาลจะลงมาพูดคุยกับคนขับรถยนต์คู่กรณี พร้อมทั้งได้บอกกับคู่กรณีว่าขอไปรับคนป่วยก่อน โดยตนได้บอกให้คู่กรณีไปรอที่โรงพยาบาลบางบัวทองเพื่อตกลงค่าเสียหายและเรียกประกันภัยมาดำเนินการ แต่ทางคู่กรณีกลับไม่ยอม และบอกให้ตนรอประกันก่อน เพราะทางคู่กรณีกลัวเสียประวัติในการต่อประกันภัยในครั้งต่อไป ตนจึงได้แจ้งไปที่ศูนย์วิทยุสั่งการของ รพ.พระนั่งเกล้า เพื่อขอรถกู้ชีพคันใหม่ไปรับคนป่วยแทน เนื่องจากตนไม่สามารถไปรับคนป่วยได้ ขณะที่ตนและพยาบาลได้พยายามขอร้องนายชัยวัฒน์ ทางเจ้าของรถคู่กรณี เพื่อที่จะขอเดินทางไปรับผู้ป่วยก่อน เนื่องจากตนเห็นว่ารถยนต์คู่กรณีได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีเพียงสีขาวและรอยถลอกของรถตู้ติดเพียงเท่านั้น แต่ทางนายชัยวัฒน์กลับไม่ยอมอยู่ดี ขณะเดียวกันหลังจากนั้นไม่นาน มาทราบในภายหลังว่าผู้ป่วยที่กำลังจะเดินทางไปรับได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ด้านนายชัยวัฒน์ คนขับรถยนต์กระบะ กล่าวว่า ขณะขับรถยนต์มาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นรถยนต์ตู้เปิดสัญญาณขอทางฉุกเฉินมา ก่อนที่รถยนต์ตู้จะขับปาดหน้าตนจนเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น แต่เมื่อตนได้ลงมาเจรจาเรื่องค่าเสียหาย พบทางคนขับรถยนต์ตู้ได้บอกให้ตนไปรอตกลงค่าเสียหายกันที่โรงพยาบาล ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นโรงพยาบาลอะไร และตนก็ไม่รู้ว่ารถยนต์ตู้คันดังกล่าวจะไปรับคนเจ็บ ตนจึงบอกให้คนขับรถยนต์ตู้รอประกันของตนมาก่อน เพราะตนไม่อยากจะเสียประวัติในการต่อประกันครั้งต่อไป หลังจากทั้งสองฝ่ายมาถึงโรงพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาไกล่เกลี่ยจนคู่กรณีพอใจ จึงได้แจ้งข้อหาประมาทร่วมทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 400 บาท โดยนายชัยวัฒน์ คนขับรถยนต์กระบะจะออกค่าปรับให้นายณัชพล คนขับรถยนต์ตู้กู้ชีพ รพ.บางบัวทอง แต่ทางนายณัชพลขอออกค่าใช้จ่ายเอง ก่อนจะพากันแยกย้ายออกไป

ขณะที่ ร.ต.ท.เอื้ออังกูร ชินโชติธีรนันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง กล่าวในภายหลังจากเดินทางไปชันสูตรศพนางชูศรี อ่อนสัมพันธ์ อายุ 74 ปี ที่เสียชีวิตลงหลังจากรถกู้ชีพไปรับไม่ทันว่า ทางญาติผู้เสียชีวิตโกรธเคืองมาก อยากจะเดินทางมาดูหน้าคนขับรถยนต์กระบะคู่กรณีที่ไม่ยอมให้รถกู้ชีพไปรับคนป่วยจนเป็นเหตุทำให้นางชูศรีเสียชีวิต แต่ติดที่ต้องจัดเตรียมพิธีงานศพ

‘หมอช้าง’ แนะจัดฮวงจุ้ย เสริมเฮง รับตรุษจีน

 

ใกล้เข้าสู่วันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ที่ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 28 มกราคม ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลาย ถือเป็นวันสำคัญในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ของชีวิต อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) เลยถือโอกาสชวน อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา มาแนะเคล็ดลับเสริมสิริมงคลรับปีระกา ในงาน โรบินสัน ไชนีส นิวเยียร์ 2017

อ.ช้างเผยว่า วันตรุษจีนถือเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ซึ่งคนจีนยึดถือเป็นประเพณีมาเป็นพันปี ไม่ว่าจะเรื่องโชคชะตาราศี หรืออะไรที่ทำให้เกิดความเฮง เป็นที่มาของการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็นการไหว้เจ้า ทำบุญ หรือมองหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต โดยมากแล้วคนจีนนิยมจัดฮวงจุ้ยใหม่เพื่อให้ได้รับโชครับสิ่งที่ดี โดยปีนี้เป็นปีไก่ธาตุไฟ สีมงคลที่เป็นสีหลักได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู ส่วนสีรองได้แก่ โทนสีทอง เหลือง ครีม น้ำตาล ทิศที่ดีคือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการมีฮวงจุ้ยที่ดีก็เหมือนเป็นตัวช่วยให้เรามีโอกาสแห่งความสำเร็จหรือมั่งคั่งได้

หมอช้างแนะนำว่า อันดับแรกสำคัญที่สุดคือ “ห้องนอน” เพราะเป็นพื้นที่ที่เราใช้งานมากที่สุดในบ้าน เป็นสิ่งที่เราควรสร้างพลังใหม่ๆ ให้ห้องนอน เริ่มจาก “ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน เครื่องนอน” โดยเฉพาะคนที่เกิดในปีชงอย่าง เถาะ, ระกา, มะเมีย และ ชวด การเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยทำให้ความแรงของปีชงลดน้อยลง

ต่อไปคือ “ห้องครัว” ที่เปรียบได้กับการมีกินมีใช้ ซึ่งบางคนอาจมองว่าการทำห้องครัวดูเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงแล้วเพียงแค่เปลี่ยนของใช้บางอย่าง เช่น “หม้อหุงข้าว” ที่หากเก่ามากก็เปลี่ยนใบใหม่เสีย รวมถึง “จานชาม” ควรใช้ภาชนะใหม่ สะอาด และสวยงามในมื้อแรกของปีเพื่อให้มีกินมีใช้ ส่วนจานชามที่มีรอยบิ่น ชำรุดเสียหาย ตามหลักถือเป็นลางร้าย นอกจากนี้การเลือก “สัญลักษณ์มงคล” ในแบบจีนอย่าง ปลา มังกร หงส์ หรือเทพเจ้าในแบบจีนมาตกแต่งบ้านก็จะช่วยเสริมบารมีและชื่อเสียงให้แก่ตัวเราได้

เมื่อจัดฮวงจุ้ยห้องต่างๆ แล้ว อ.ช้างแนะนำว่า อีกสิ่งที่นิยมทำเพื่อรับโชคในวันปีใหม่ ได้แก่ขอพรจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งปีหนึ่งจะมีแค่ครั้งเดียวช่วงกำลังเข้าสู่วันตรุษจีนหรือตรงกับวันที่ 27 มกราคม ตั้งแต่เวลา 23.00-01.00 น. ถือเป็นชั่วยามแรกของปีใหม่จีน ใครที่อยากเสริมโชคด้านการเงินให้นำ “กระเป๋าสตางค์” มาวางไว้หรือเปลี่ยนใบใหม่ในเวลานี้ รับโชคจากเทพเจ้าแล้ว อาจจะเลือก “เสื้อผ้า” ใหม่ เน้นสีของธาตุไฟหรืออาจจะใช้สีที่เสริมกับดวงของเรา ตลอดจนปรับโหงวเฮ้งบนใบหน้าด้วยการแต่งหน้าโทนสีแดง ชมพู ผู้ชายสามารถดูแลผิวให้มีสุขภาพดี รวมทั้งหา “เครื่องประดับ” ต่างๆ มาใช้ให้เกิดพลัง

อิตาลีเจอดินไหว 4 ครั้งซ้อน ทำหิมะถล่มทับโรงแรม คาดดับหลายสิบ

 

สื่อท้องถิ่นของอิตาลี รายงานเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งที่โรงแรมเล็กๆซึ่งถูกหิมะถล่มทับหลังเหตุแผ่นดินไหว 4 ครั้งซ้อนเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา โดยรายงานระบุว่า มีผู้ที่อยู่ในโรงแรมจำนวน 30 คน ขณะที่หิมะถล่มลงมาในช่วงกลางดึกของวันเดียวกัน

สถานีโทรทัศน์สกายทีจี24 ของอิตาลี ระบุว่ามีการพบร่างผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนหนึ่งภายในโรงแรมริโกปิอาโน ในเมืองฟารินโดลา บนภูเขาซาสโซ่ ในแคว้นอาบัซโซ่ ของประเทศอิตาลี ขณะที่เว็บไซต์ของสถานีสกายทีจี 24 อ้างสัมภาษณ์ของทีมกู้ภัยที่ลงพื้นที่เกิดเหตุระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้เหตุแผ่นดินไหวขนาดมากกว่า 5 ตามมาตราริกเตอร์ ถึง 4 ครั้งใน 4 ชั่วโมง ในพื้นที่ใกล้กับเมืองอามาตริเช ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยที่ยังไม่นับรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุหิมะถล่ม ขณะที่อีกกว่า 130,000 หลังคาเรือนต้องอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่อาคารและส่งก่อสร้างหลายแห่งพังถล่มลงมา

ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูหลังเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 ราย

เเอร์อินเดีย” จัดที่นั่งเฉพาะให้ผู้โดยสารหญิง ป้องกันล่วงละเมิดทางเพศบนเครื่องบิน

 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สายการบินเเห่งชาติอินเดีย “เเอร์ อินเดีย” ออกนโนบายใหม่เอาใจผู้โดยสารหญิง จัดที่นั่งเฉพาะบนเที่ยวบินสำหรับผู้โดยสารสุภาพสตรี จำนวน 6 ที่นั่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ ลูกเรือจะสามารถใช้สายรัดข้อมือพลาสติกเพื่อควบคุมผู้โดยสารที่อาละวาดบนเครื่องบินได้ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม เป็นต้นไป

โดยนโนบายจัดที่นั่งให้เฉพาะสตรี เป็นผลมาจากกระเเสร้องเรียนว่ามีผู้โดยสารหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศบนเครื่องบินบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีรายงานการลวนลามลูกเรือบนเครื่องบินด้วย

ผู้บริหารของแอร์อินเดีย เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของสายการบินที่จะต้องทำให้ผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยระหว่างการเดินทางประกอบกับปัจจุบันมีผู้โดยสารหญิงเดินทางคนเดียวเพิ่มขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่ผู้โดยสารจะสามารถเลือกที่นั่งเฉพาะผู้หญิงได้

หลังจากประกาศมาตรการดังกล่าวออกมา มีกระเเสตอบรับจากหลายฝ่าย ส่วนใหญ่มีความยินดีที่ทางสายการบินให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสารหญิง ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเเก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เเละจะเป็นการกีดกันทางเพศมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2015 สายการบินเเอร์อินเดีย เคยถูกวิจารณ์อย่างหนักในประเด็นความไม่เท่าเทียมทางเพศ โดยมีการสั่งพักงานลูกเรือกว่า 125 คน ซึ่งเป็นพนักงานที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยอ้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ ธุรกิจการบินของอินเดียได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 โดยเมื่อปี 2015 อินเดียมีตลาดการบินที่เติบโตมากที่สุดในโลก ขณะที่อุบัติเหตุทางเครื่องบินก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อีกทั้งอินเดียเคยมีกรณีนักบินมีอาการมึนเมาขณะการทำงานด้วย

ส่องสมบัติ 8 อภิมหาเศรษฐี ที่มีทรัพย์สินรวมมากกว่าคนครึ่งโลก

 

โลกตะลึง! เมื่อ Oxfam ชี้ มหาเศรษฐีแค่ 8 คน มีทรัพย์สินรวมเท่ากับ คนครึ่งโลกที่อยู่ระดับครึ่งล่างลงไป มาดูกันชัดๆอีกครั้งว่า 8 คนที่ถูกกล่าวถึง มีทรัพย์สิน คนละเท่าไร รวมกันแล้วมีประมาณเท่าไร…..!?

เมื่อวานนี้ Oxfam หรือ องค์กรการกุศลต่อสู้กับปัญหาความยากจน ได้เผยแพร่รายงานอันน่าตะลึกว่า มี มหาเศรษฐี 8 อันดับแรกของโลกมีทรัพย์สินรวมเท่ากับประชากรครึ่งหนึ่งของโลก ที่เป็นครึ่งล่างด้านรายได้ในระบบเศรษฐกิจโลก หรือพูดให้ชัดเจนว่า ประชากร 3,600 ล้านคน ที่ยากจนที่สุดในโลก มีฐานะรวมกันเท่ากับคนเพียงแปดคนแรกของโลกที่ร่ำรวยที่สุด
โดย 8 อภิมหาเศรษฐี ตามรายงานของ Forbes ประกอบด้วย
1 Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft
2 Warren Buffet นักลงทุนระดับโลก
3 Amancio Ortega ผู้ก่อตั้งบริษัทเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้า Zara
4 Carlos Slim บุคคลที่รวยที่สุดในเม็กซิโก
5 Jeff Bezos แห่งบริษัท Amazon
6 Larry Ellison ผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟแวร์ Oracle
7 Mark Zuckerberg แห่ง Facebook และ
8 Michael Bloomberg เจ้าของสื่อในสหรัฐฯ

วันนี้ลองมาดูกันชัดๆอีกครั้งว่า 8 อภิมหาเศรษฐี มีทรัพย์สินกันคนละเท่าไร รวมกันแล้วประมาณเท่าไร
จากการจัดอันดับมหาเศรษฐีของ Forbes ในปี 2016 ที่ผ่านมา
อันดับที่ 1 : บิล เกตส์ (Bill Gates) ชาวสหรัฐอเมริกาเจ้าเก่าเจ้าประจำ ผู้เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ บริษัทซอฟแวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทรัพย์สินทั้งหมด 75,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 2.625 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 2 : อมาซิโอ ออเตกา (Amancio Ortega) เจ้าของสินค้าแบรนด์ Zara และเจ้าของธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Inditex ในสเปน วัย 80 ปี ถือครองทรัพย์สินมูลค่ารวม 67,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 2.345 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 3 : วอร์เรน บัฟเฟต (Warren Buffett) มหาเศรษฐีนักลงทุนและหนึ่งในนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investor) ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลกชาวชาวสหรัฐอเมริกา ถือครองทรัพย์สินมูลค่ากว่า 60,800 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 2.128 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 4 : คาร์ลอส สลิม (Carlos Slim) รองแชมป์เก่าเมื่อสองปีก่อน คาร์ลอสเป็นเจ้าของบริษัทเหมืองแร่และโทรคมนาคมรายใหญ่ของเม็กซิโกราย ถือครองทรัพย์สินมูลค่าทั้งสิ้น 50,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 1.75 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 5 : เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) เจ้าของและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลก Amazon.com วัย 52 ปี ชาวสหรัฐอเมริกา ถือครองทรัพย์สินมูลค่ากว่า 45,200 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 1.582 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 6 : มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) เจ้าของและผู้ก่อตั้งสื่อสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Facebook เขาถือครองทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 44,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 1.561 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 7 : แลร์รี เอลิสัน (Larry Ellison) เจ้าของและผู้ปลุกปั้นบริษัท Oracle Inc. ให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านซอฟท์แวร์และระบบฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดโลก ถือครองทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 43,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 1.526 ล้านล้านบาท

อันดับที่ 8 : ไมเคิล บลูมเบิร์ก (Michael Bloomberg) ถือครองสินทรัพย์ทั้งสิ้น 40,000 ล้านดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทย(จากอัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลาร์ ) เท่ากับ 1.4 ล้านล้านบาท

ทั้ง 8 อภิมหาเศรษฐี มีทรัพย์รวมกันประมาณ 14.912 ล้านล้านบาท เกือบ 15 ล้านล้าน บาท

เผยนาทีจับหนุ่มเช็กหลอกสาวแพร่เชื้อเอดส์ ยิ่งกว่าในละคร

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. มีพลเมืองดีแจ้งไปยัง สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ว่าพบชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายกับนายฟรายเฟอร์ ซเดเน็ค อายุ 52 ปี สัญชาติเช็ก ที่ถูกประกาศตามหาตัวขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีขาว เข้ามาจอดที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาถลาง แล้วเดินเข้าห้องน้ำของห้าง ขณะนั้น ด.ต.สุธี มณีสิงห์ ผบ.หมู่งาน จร.สภ.ถลาง กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวได้ไปตรวจสอบยังจุดที่ได้รับแจ้ง และพบกับผู้ต้องสงสัยชายชาวต่างชาติรายดังกล่าวจึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง

เบื้องต้น ชายดังกล่าวอ้างว่าเป็นคนอิตาลีไม่ใช่คนเช็ก ด.ต.สุธี จึงยึดกุญแจรถ จยย.ไว้พร้อมกับได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพหน้าตรงไว้เป็นหลักฐาน เพื่อส่งตรวจสอบรูปพรรณตรงตามข้อมูลหรือไม่พร้อมกับวิทยุแจ้งกลับไปยัง สภ.ถลางและขอกำลังเสริม แต่ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทุกนายติดภารกิจ จึงยังไม่มีเจ้าหน้าที่นายใดเดินทางไปสมทบ
ขณะเดียวกัน ด.ต.สุธี เกิดอาการปวดท้องหนักจึงเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน และได้สั่งให้ชายต้องสงสัยยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์ภายในห้าง แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำปรากฏว่าทั้งรถและชายต้องสงสัยได้หายไปแล้ว ซึ่งคาดว่าชายดังกล่าวมีกุญแจสำรอง เบื้องต้น ด.ต.สุธี คาดว่าชายต้องสงสัยดังกล่าวอาจเป็นนายฟรายเฟอร์ที่ทางการต้องการตัว จึงได้ประสานไปยัง สภ.ถลาง ให้ประสานพื้นที่ใกล้เคียงให้เร่งติดตามตัว

กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ได้รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธร จ.ภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้สนธิกำลังกันจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ได้ที่อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่ง ซ.บางเทา 9 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พื้นที่ สภ.เชิงทะเล พร้อมควบคุมตัวพร้อมนำตัวมาสอบสวนที่ กำกับการตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต จากนั้นได้กลับไปตรวจค้นห้องพักอย่างละเอียด

ต่อมาเวลา ประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาส่งที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต พร้อมนำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจดีเอ็นเอ แต่ไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในสำนักงานตม.ภูเก็ต ทั้งนี้ แหล่งข่าวแจ้งว่า เบื้องต้น จากการสอบสวนนายฟรายเฟอร์ ซเดเน็ค เผยว่าตั้งแต่มาประเทศไทยยังไม่เคยหลับนอนกับสาวไทย หลับนอนแต่กับสาวประเภทสองที่ให้นอนฟรีเท่านั้น และมาอยู่ จ.ภูเก็ต โดยเปลี่ยนห้องเช่าไปเรื่อยๆ และจะเช่าเฉพาะห้องราคาถูกเท่านั้น

อาการผิดปกติ และสัญญาณเตือนรถใกล้พัง!!!

 

คนใช้รถหรือขับถทุกวัน บางครั้งก็ต้องสังเกตอาการของรถให้ดี ยิ่งรถที่มีเลขไมล์เยอะๆ รถเก่า หรือรถมือสอง ยิ่งควรระวัง หมั่นสังเกตให้มากขึ้น และใช่ว่ารถใหม่จะไม่เป็น บางครั้งบางคราวมันก็อาจจะรวนขึ้นมาเองก็ได้

ซึ่งถ้าหากเกิดอาการผิดปกติ หรือเริ่มมีสัญญาณเตือน คุณควรจะรีบนำรถไปเช็ก หรือซ่อมทันที ไม่เช่นนั้นอาการที่เพิ่งเริ่มเกิด อาจลุกลามบานปลาย กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ แทนที่จะเสียเงินซ่อมแค่นิดหน่อย อาจจะได้ซ่อมแพงกว่าเดิม

ดังนั้นเรามาดูอาการ และสัญญาณเตือนล่วงหน้าของรถคุณ ที่พยายามจะบอกให้คุณได้ทราบ ว่ามันเริ่มผิดปกติแล้วกันดีกว่า

1.พวงมาลัย หากมีอาการสั่น, หนักผิดปกติ, หรือหลวมเกินไป มีระยะฟรีเพิ่มขึ้น (อย่างน้อย 1 นิ้ว) ให้รีบนำไปเช็ก หรือซ่อม เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้ลูกยางต่างๆ รวมไปถึงยางเฟืองท้ายเสียหายตามไปด้วย

2.เกียร์ หากมีเสียงดังขณะเข้าเกียร์ว่าง หรือเข้าเกียร์อื่นๆ, เปลี่ยนเกียร์ยากขึ้น ต้องขยับเพราะติดๆ ขัดๆ อยู่นาน, เหยียบคลัทช์เข้าเกียร์แล้วมีเสียงดัง, กระปุกน้ำมันเกียร์ หรือห้องเกียร์มีน้ำมันไหลออกมา

3.คลัทช์ หากเหยียบคลัทช์แล้วเข้าเกียร์ยากขึ้น, เหยียบแป้นคลัทช์แล้วมีเสียงดังผิดปกติ, คลัทช์ลื่น, เหยียบคลัทช์แล้วจมไม่เด้งกลับคืนมา, แป้นคลัทช์สั่นไปมา ขึ้นๆ ลงๆ

4.เบรก หากหยุดรถไม่อยู่, เบรกลื่น, เบรกแล้วรถปัดไปมาทางใดทางหนึ่ง, แป้นเบรกจมลงไปไม่เด้งกลับมา, เหยียบแป้นเบรกแล้วมีเสียงดัง

Advertisement
5.น้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันคลัทช์ น้ำมันเพาเวอร์ หากมีสัญญาณเตือนขึ้นมาที่หน้าปัดรถยนต์ขณะขับขี่ ให้รีบขับรถไปที่อู่เพื่อตรวจเช็กตรวจหาสาเหตุ เพราะหากขับต่อไปเครื่องยนต์อาจเสียหาย เนื่องจากไม่มีน้ำมันพวกนี้หล่อลื่น แต่ถ้าอู่อยู่ไกลให้หาซื้อน้ำมันหล่อลื่นนั้นๆ มาเติมแก้ขัดไปก่อน แล้วจึงค่อยขับไปเข้าอู่อีกที

6.ยาง สังเกตดูที่ดอกยาง หากสึกหรอไม่เท่ากันอาจเป็นได้หลายสาเหตุ เช่น ดอกยางขอบล้อสึกหรอมากกว่าตรงกลาง (ยางรถมีลมอ่อนเกินไป), ดอกยางตรงกลางล้อสึกหรอมากกว่าขอบ (ยางรถมีลมแข็งเกินไป), ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง (มุมแนวตั้งของยางไม่ตรง), ดอกยางเป็นบั้งๆ (แนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ)

หากเกิดเหตุการณ์ตามที่กล่าวมา หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ไม่ปกติ คุณควรรีบไปจัดการแก้ไข ตรวจเช็ก และซ่อมแซมโดยทันที เพราะปัญหาเล็กๆ อาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้

เปลี่ยนขนาดยางรถยนต์ มีผลดี-ผลเสียหรือไม่

 

เรื่องของการตกแต่งรถเป็นอะไรที่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ไม่ว่าจะแต่งสวย แต่งหล่อ หรือแต่งเพิ่มความเร็วแรง ซึ่งจะทำมากทำน้อยก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และเงินในกระเป๋าของคุณเอง เช่น บางคนอาจจัดเต็ม ทำทั้งเครื่อง ทั้งบอดี้ ทำจนสุดทุกทางไปเลยก็มี และบางคนอาจแค่ต้องการเสริมนู่นนิด นี่หน่อยเท่านั้น

โดยบางอย่างที่เสริมเติมแต่งเข้าไปก็มีทั้งผลดี-ผลเสียด้วยเช่นกัน อย่างเช่น การเปลี่ยนขนาดยาง ซึ่งมันนับเป็นสิ่งแรกๆ ที่คนแต่งรถต่างนึกถึง อีกทั้งราคาก็พอรับได้กับความสวยงาม และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นมานั่นเอง

แต่จริงๆ แล้ว ยางที่ติดล้อออกมาจากโรงงานเดิมๆ ขนาดของมันถือว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งาน ตามที่บริษัทผลิตรถยนต์ได้ทำการทดสอบออกมาแล้ว แต่เพราะผู้ขับขี่ใช้งานบางคน อาจอยากได้คุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมา เช่น ต้องการความนุ่มนวลขณะขับขี่มากขึ้น, ต้องการให้เกาะถนนดีขึ้นเมื่อใช้ความเร็วมากกว่าปกติ, ต้องการใช้ให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน (บรรทุกของหนักขึ้น ฯลฯ)

การเปลี่ยนขนาดยางที่แตกต่างไปจากเดิม จะต้องคำนึงถึง 2 สิ่งนี้เป็นหลัก

1. ยางเส้นใหม่ ขนาดใหม่ ต้องสามารถรองรับน้ำหนักให้ได้เท่าเดิม หรือใกล้เคียงกับขนาดของยางเส้นเดิม

2. หากเปลี่ยนขนาดยางไม่ใกล้เคียงของเดิม หรือเส้นผ่าศูนย์กลางของยางเปลี่ยนจากเดิมเยอะเกินไป จะมีผลเสียต่อการใช้งาน ดังนี้

2.1 ขนาดยางเล็กเกินไป จะทำให้รับน้ำหนักได้น้อยลง เปลืองน้ำมันมากขึ้น และระบบ หรือมาตรวัดความเร็วอาจทำงานผิดเพี้ยน คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

2.2 ขนาดยางใหญ่เกินไป อาจทำให้พวงมาลัยหนักมากขึ้น เมื่อใช้ความเร็วต่ำ นอกจากนี้ยางอาจไปครูด หรือเสียดสีกับซุ้มล้อ และระบบ หรือมาตรวัดความเร็วอาจทำงานผิดเพี้ยน คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

สุดท้ายนี้การเปลี่ยนยางเป็นขนาดใหม่ นอกจากจะได้ความสวยงาม และมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแล้ว คุณก็ไม่ควรลืมคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งาน การแต่งให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายด้วย (ล้อล้น) ไม่เช่นนั้นอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับได้

กรมจัดหางานแจ้งใบอนุญาตสิ้นสภาพ2บริษัท

กรมจัดหางาน แจ้งใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศสิ้นสภาพ 2 บริษัท สอบถามโทร .1694

นายสิงหเดช ชูอำนาจ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า มีใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศสิ้นสภาพ จำนวน 2 แห่ง คือ

1. บริษัทจัดหางาน จุลลกะ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ น.นบ.017/2557 สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 19/302 ซอยพหลโยธิน 49/1 ถนนพหลโยธิน หมู่ที่ 2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

2. บริษัทจัดหางาน ความหวังเพื่อคนพิการ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ น.1477/2557 สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 11 ซอยวชิรธรรมสาธิต 10 ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป

เนื่องจากทางบริษัทไม่ได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 10 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ฉะนั้นใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำงานในประเทศดังกล่าว จึงสิ้นสภาพ ทั้งนี้หากผู้ใดมีเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการจัดหางานของบริษัทจัดหางานดังกล่าว ให้รีบแจ้งนายทะเบียนจัดหางานกลางทราบภายใน 30 วัน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ที่ประสงค์จะหางานทำควรตรวจสอบข้อมูลของบริษัทจัดหางานและตำแหน่งงานก่อนไปทำงาน เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สิน โดยสามารถสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเรื่องร้องทุกข์/ แจ้งเบาะแสการหลอกลวงคนหางาน ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร. 0-2248-6763 หรือสายด่วน กรมการจัดหางาน โทร .1694

ครม.อนุมัติหักลดภาษีน้ำท่วมซ่อมบ้าน1แสนรถ3หมื่นบ.

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2560 วงเงิน 190,000 ล้านบาท พร้อมอนุมัติมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซ่อมบ้านหักลดหย่อนไม่เกิน 100,000 บาทและรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2560 วงเงิน 190,000 ล้านบาท โดยเป็นแผนงานบรูณาการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืน 115,000 ล้านบาท ส่วนที่ 2 ใช้ในการจัดตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่วนที่ 3 ใช้ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติวงเงิน 15,000 ล้านบาท ส่วนที่ 4 เป็นรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลังวงเงิน 27,078.03 ล้านบาท และส่วนสุดท้ายจะเป็นงบกลางเพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นวงเงิน 22,921.07 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติการจัดตั้ง กองทุนเพื่อพัฒนาเอสเอ็มอีในแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อใช้วางแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ซึ่ง เอสเอ็มอี ที่จะได้รับการช่วยเหลือจะผ่านการคัดกรองจากกลุ่มจังหวัดในรูปแบบประชารัฐ

ด้าน นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตภัยพิบัติระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้พึงประเมินสำหรับ บุคคลธรรมดา ในปี 2560 รวมทั้งหมดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ซึ่งผู้ที่จะขอหักลดหย่อนจะต้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือ ผู้เช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือ ประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ในส่วนของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย สามารถนำค่าซ่อมบำรุงมาหักลดหย่อน รวมทั้งหมดได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย