9 ข้อควรรู้ ! สำหรับผู้ที่ ปลูกแคคตัส

 

 

1.ให้น้ำอย่างระวัง

การให้น้ำแคคตัส ไม่ควรฉีดน้ำไปที่ต้นโดยตรง เพราะจะทำให้ใบของมันเป็นรอยไม่น่าดู ถ้าปลูกในกระถางให้วางภาชนะปลูกไว้ในอ่างน้ำตื้นๆ จนกระทั่งดินที่ปลูกชุ่มน้ำ จากนั้นจึงยกออกจากอ่างและทิ้งไว้ให้น้ำไหลออกจนหมด อันตรายที่สุดสำหรับแคคตัสคือ ได้น้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่าตายได้ ควรให้น้ำ3 วัน / ครั้ง ในฤดูร้อนและ 7 วัน / ครั้ง ในฤดูหนาว

2.เลือกกระถางให้เหมาะสม

เลือกกระถางที่ใหญ่พอมีที่ว่างให้รากขยายออกไปได้ เส้นผ่าศูนย์กลางกระถางควรเท่ากับขนาดของต้นไม้รวมหนามด้วย ถ้าเป็นแคคตัสทรงสูงให้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกระถางเท่ากับครึ่งหนึ่งของความสูง ต้นไม่ควรใช้กระถางที่ใหญ่เกินไป

3.เทคนิคการเปลี่ยนกระถาง

งดให้น้ำแคคตัสหลายวันก่อนเปลี่ยนกระถางใหม่ จากนั้นให้ใช้กระดาษหนังดาษหนังสือพิมพ์ปูรองพื้น จับที่ตัวกระถางและใช้ดินสอหรือตะเกียบค่อยๆดันผ่านรูระบายน้ำตรงก้นกระถางขึ้นมา ต้นแคคตัสควรหลุดจากกระถางเก่าโดยที่ตุ้มรากอยู่ในสภาพสมบูรณ์

4.กันหนามตำ

เมื่อต้องการหยิบจับแคคตัสเปลี่ยนกระถางหรือย้ายที่ใหม่ ควรป้องกันไม่ให้หนามตำมือและป้องกันไม่ให้หนามหัก โดยใช้หนังสือพิมพ์พับซ้อนกันหนาๆพันเป็นแถบรอบไม้ต้นนั้นแล้วดึงออกมา

5.เอาหนามออก

ถ้าหนามแคคตัสตำนิ้วคุณเวลาที่บำรุงดูแลมัน ให้เอาหนามออกโดยใช้เทปกาวติดลงไปตรงตำแหน่งนั้นแล้วดึงให้ลอกออกแรงๆ หรือถ้ายังไม่ออกให้ใช้หนามดึงออกมา

6.กำจัดเพลี้ยแป้ง

เมื่อใดที่เห็นหย่อมขาวเป็นขุยขึ้นอยู่บนแคคตัส หมายถึงว่าแคคตัสของคุณถูกเพลี้ยแป้งจู่โจมเข้าแล้ว แมลงศัตรูชนิดนี้อาศัยอยู่ใต้ขนที่ให้ความอบอุ่น ดูดกินน้ำเลี้ยงและทำให้แคคตัสโทรม กำจัดโดยฉีดพ่นด้วยยาฆ่าแมลงที่ใช้สำหรับต้นไม้ในร่ม และควรตรวจสอบฉลากให้รอบคอบและปฎิบัติตามคำแนะนำ

7.รู้จักให้ปุ๋ย

เวลาให้ปุ๋ยแคคตัสอย่าใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เนื่องจากมันบำรุงใบให้งามโดยไม่ออกดอก กระตุ้นการออกดอกโดยใช้ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูงปุ๋ยชนิดน้ำเหมาะที่สุด

8.รักษาแคคตัสให้เอี่ยมอ่อง

ใช้แปรงสีฟันเก่าหรือแปรงโกนหนวดขจัดฝุ่นละออง ที่จับเป็นคราบบนต้นแคคตัสที่ปลูกไว้ ในฤดูร้อนความชื้นระเหยหายได้เร็ว คุณควรพ่นละอองน้ำเบาๆให้แคคตัสที่ปลูกไว้เพื่อให้มันสะอาดเอี่ยมอย่างแท้จริง

9.ทำไมแคคตัสไม่ออกดอก

หลายคนซื้อแคคตัสมาปลูกแล้วไม่ออกดอกเสียที ให้ตรวจสอบดูก่อนว่าคุณรดน้ำมากไปหรือเปล่า สาเหตุอีกประการหนึ่งคือ แคคตัสบางชนิดจะออกดอกแต่ในสภาพอากาศแบบหนึ่งเท่านั้น หรือบางครั้งอาจเป็นเพราะได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ดังนั้นควรสอบถามทางร้านให้ชัดเจน ว่าแคคตัสที่ซื้อออกดอกในภูมิอากาศแบบใด นอกจากนี้การที่แคคตัสไม่ออกดอกนั้นอาจเพราะมีอายุน้อยเกินไป ยังไม่ถึงวัยที่จะมีดอก แต่ร้านต้นไม้บางร้านจะเร่งดอกโดยใส่ปุ๋ยในปริมาณเข้มข้น ทำให้มีดอกก่อนวัยอันสมควร ดังนั้นแม้แคคตัสจะมีดอกสวยเมื่อแรกซื้อมา แต่เมื่อคุณนำมาปลูกที่บ้านสักพักแคคตัสจะหมดแรงและไม่มีดอกอีกเลย

อาหารสุขภาพแนว Clean Food

 

ดูเหมือนว่าคำว่า ‘คลีนฟู้ด’ เป็นศัพท์สมัยใหม่ที่ดูเท่ เก๋ไก๋ ใครกล่าวถึงคลีนฟู้ดก็ดูมีระดับ เพราะใครต่อใครกำลังเห่อกันทั่วโลก
ที่จริง คลีนฟู้ดแปลตรงตัวว่า อาหารสะอาด อาหารแนวนี้มีที่มา กล่าวคือ อาหารสมัยนี้ โดยเฉพาะในเมืองฝรั่งหาสด ๆ กันไม่ค่อยได้ ฝรั่งกินแต่อาหารสำเร็จรูป อาหารแฟรนไชส์ อาหารแช่แข็ง อาหารขยะที่เต็มไปด้วยสารเคมีปนเปื้อน ในระยะหลังยังมีอาหาร GMO ที่ตัดแต่งพันธุกรรมเพิ่มเข้ามาอีก ผู้รักสุขภาพจึงเรียกร้องหาอาหารที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุดมาบริโภค ดังนั้นอาหารคลีนฟู้ดก็คืออาหารเพื่อสุขภาพของคนสมัยใหม่นั่นเอง

แนวคิดเรื่องคลีนฟู้ดมีกฎเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. เป็นอาหารสดตามธรรมชาติ ไม่ผ่านการแช่แข็ง
2. เป็นอาหารเกษตรอินทรีย์
3. ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ไม่ว่าจากการปลูก การผลิตหรือการปรุง
4. ไม่มีสารกันบูด สารกันเสีย สารกันเชื้อรา
5. ไม่มีไขมัน หรือไขมันน้อย
6. ต้องไม่ขัดขาว
7. เกลือน้อย
8. ไม่มีผงชูรส…โมโนโซเดียมกลูตาเมทหรือ MSG

ใครก็ตามที่กินอาหารคลีนฟู้ดตามข้อกำหนดข้างต้น จะมีสุขภาพแข็งแรง ดีเยี่ยมปราศจากโรคเรื้อรังหรือโรคเสื่อมอย่างแน่นอน ทีนี้จะคลีนมากคลีนน้อย จะสะอาดมากสะอาดน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะเลือกอย่างไหน ฝรั่งบางคนที่เคร่งครัดเรื่องความสะอาดมาก หรือพิถีพิถันมาก ๆ ถึงกับลงทุนปลูกผักหลังบ้านกินเองก็มี คนไทยที่เริ่มหันมาปลูกผักกินเองในสวนหย่อมบนดาดฟ้าก็มีไม่น้อย

บ้านเรายังมีตลาดปลอดสารพิษ มีเกษตรกรหลายกลุ่มที่หันมาปลูกพืชผักสะอาดกันมากขึ้นตามตลาดต่างจังหวัด หากรู้จักเลือกก็จะหาซื้ออาหารสะอาดกินได้ ที่ปลูกเป็นล่ำเป็นสันและเผื่อแผ่มาขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทุกวันนี้ ก็มีให้ซื้อหาแล้ว คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณเลือกแล้วละค่ะ

ฤดูหนาว หลีกเลี่ยงอาบน้ำอุ่นจัด

 

ช่วงฤดูหนาวผู้ป่วยโรคผิวหนังจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น ส่วนใหญ่คือผู้ป่วยโรคผิวหนังเรื้อรัง ทั้งโรคสะเก็ดงู สะเก็ดเงิน และโรคที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัส เช่น งูสวัด เริม เนื่องจากอากาศหนาวทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี ยังพบปัญหาผิวแห้งเนื่องจากอากาศแห้ง ลมแรง รวมทั้งปัญหารังแค จากความแปรปรวนของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่ผิวหนังในช่วงฤดูหนาว การดูแลรักษาผิวหนังในช่วงอากาศหนาว ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดหรือนานเกินควร เพื่อรักษาน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวไว้ให้มากที่สุด เพราะในน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมีน้ำมันสารเพิ่มความชุ่มชื่นที่สร้างขึ้นเฉพาะตัว มีเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่เป็นมิตรกับผิว ช่วยป้องกันเชื้อโรคร้ายแรงอื่นไม่ให้เข้ามาในชั้นผิวหนัง การชำระล้างมากเกินไป นอกจากผิวแห้งจากการสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวแล้ว การชำระล้างยังทำลายเกราะภูมิคุ้มกันของผิวหนังด้วย
ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ โฟม หรือสบู่ยา เพราะผิวจะยิ่งแห้ง แต่ควรใช้ครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของม้อยส์เจอร์ไรเซอร์แทน และควรใช้ครีมทาผิวเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหลังอาบน้ำภายใน 3-5 นาที หลีกเลี่ยงการใช้ครีมผลัดเซลล์ผิว หรือครีมทาผิวขาวที่ผสมกรดวิตามินเอ เพราะจะทำให้ผิวลอก แห้ง เกิดผื่นคันมากขึ้น สำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ควรเปลี่ยนมาใช้การเช็ดตัว หรือชำระล้างในที่เป็นข้อพับ หรือจุดซ่อนเร้นแทน เนื่องจากอาจมีกลิ่นอับได้ นอกจากนี้ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ และป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว รวมถึงช่วยป้องกันลมและแสงแดดที่จะสัมผัสกับผิวโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงโรคผิวหนังที่มากับฤดูหนาว

ไวน์เพื่อสุขภาพ

 

ไวน์นอกจากจะเป็นการดื่มเพื่อสังคม โดยเฉพาะในงานเลี้ยง งานฉลองแล้ว ยังช่วยย่อยและแก้เลี่ยน อาหารฝรั่งบางอย่างมีไขมันมากจนไม่สามารถกินกับน้ำเปล่า ๆ ได้เลย ต้องสั่งไวน์มาแกล้มจึงจะกินได้ สำหรับเรื่องนี้อย่าเพิ่งเชื่อ ลองดูเองก็แล้วกัน
ประโยชน์ต่อสุขภาพของไวน์นั้นมีแน่ ๆ เพราะบาทหลวงในคริสต์ศาสนา ท่านยืนยันมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้วว่าไวน์คือยาอายุวัฒนะ จึงมีการศึกษาประโยชน์ของไวน์อย่างกว้างขวางและสามารถสรุปได้ว่า อาจจะมีแค่ไวน์แดงเท่านั้นนะที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ ไวน์แดงทำให้อายุยืนยาว ป้องกันมะเร็งบางชนิด ป้องกันโรคหัวใจ และยังช่วยเสริมสุขภาพจิต แต่ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์เริ่มเชื่อกันบ้างแล้วว่าไวน์ขาวก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสามารถป้องกันโรคหัวใจได้พอ ๆ กับไวน์แดงต่อประเด็นนี้คงต้องติดตามกันต่อไป

ประโยชน์ของไวน์แดงเท่าที่มีการศึกษามา ได้แก่

1. ลดอัตราเสี่ยงของโรคซึมเศร้า

2. ไวน์แดงสามารถป้องกันอาการหลงลืมได้ถึงกว่า 23%

3. ไวน์แดงป้องกันโรคหัวใจโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ

4. จากการศึกษาพบว่าไวน์แดงสามารถป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด

อย่างไรก็ตาม การดื่มไวน์นั้นควรดื่มพอประมาณ หมายความว่า สำหรับผู้หญิง ควรดื่มวันละ 20-30 ซีซี ส่วนผู้ชายคือ วันละ 50-60 ซีซีเท่านั้น จึงจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพดังกล่าวมา

อวสานทีวีธรรมกาย! กสทช.มีมติยึดใบอนุญาตแล้ว

 

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม มีมติเพิกถอนใบอนุญาตสถานีวิทยุโทรทัศน์ดีเอ็มซี ทีวี สาเหตุจากสถานีโทรทัศน์ช่องนี้มีความเกี่ยวพันกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย มีความเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกาย มูลนิธิวัดพระธรรมกาย มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม และสถานีโทรทัศน์ดีเอ็มซีที ทีวี ซึ่งวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลธัญบุรีได้ออกหมายจับนายองอาจในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ในข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อีกทั้งที่ผ่านมา ดีเอ็มซี ทีวี ที่ผ่านมาถือเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าววารของวัดพระธรรมกายไปสู่ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ประชาชน หรือสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมามีพฤติกรรมในลักษณะของการออกอากาศเชิญชวนประชาชนให้มารวมตัวกัน รวมถึงเป็นการยั่วยุ และเชิญให้ประชาชนร่วมขัดขวางการดำเนินการทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ

ดังนั้น 2 สาเหตุดังกล่าว บอร์ด กสท. จึงเห็นควรว่าดีเอ็มซี ทีวี ขัดประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 ตามข้อ 3 (5) เรื่องการให้ความร่วมมือการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และ ขัดต่อมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 เข้าข่ายการออกอากาศด้านเนื้อหาที่ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง จึงนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาต และทำให้ผู้บริหารช่องนี้จะหมดสิทธิ์ในการขอใบอนุญาตอื่นๆ จาก กสทช. เช่นกัน

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุก 30 เดือน สั่งปรับ4แสนดอลลาร์ คดีหญิงไทยหลอกซื้อ-คืนกระเป๋าหรูแบรนด์ดัง

 

รายงานความคืบหน้าคดีที่หญิงไทยถูกดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกาข้อหาฉ้อโกงหลอกซื้อขายกระเป๋าแบรนด์ดัง 500 กว่าใบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยล่าสุด ศาลสหรัฐฯ พิพากษาจำคุกหญิงไทย 30 เดือน หลังถูกจับในคดีฉ้อโกงหลอกซื้อขายกระเป๋าแบรนด์ดัง 500 กว่าใบ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังสั่งปรับและชดใช้ค่าเสียหายกว่า 28 ล้านบาท พร้อมเตรียมถูกเนรเทศหลังพ้นโทษ

สื่อมวลชนท้องถิ่นในสหรัฐฯ รายงานข่าวความคืบหน้า คดีที่นางสาวแพรพิชชา สมาตสรบุศย์ (Praepitcha Smatsorabudh) หญิงไทย อายุ 41 ปี ตกเป็นจำเลยคดีฉ้อโกงผ่านการทำธุรกรรมออนไลน์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ จับเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

สถานีโทรทัศน์ NBC ในกรุงวอชิงตัน ให้ความสนใจรายงานข่าว ระบุว่าศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตตะวันออก รัฐเวอร์จิเนีย เมืองอเล็กซานเดรีย ชานกรุงวอชิงตัน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2559 ตัดสินให้จำคุก นางสาวแพรพิชชา จำเลยชาวไทย เป็นเวลา 30 เดือน และมีสั่งคุมประพฤติอีก 3 ปี หลังจากนั้น

พร้อมทั้งสั่งปรับราว 400,000 ดอลลาห์ หรือประมาณ 14 ล้านบาท และชดใช้่ค่าเสียหายในจำนวนเดียวกัน กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีฉ้อโกง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นที่ศาลสั่งให้ชดใช้ราวๆ 800,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 28 ล้านบาท

รายงานบันทึกคำให้การในชั้นศาลระบุว่า นางสาวแพรพิชชาให้การรับสารภาพในพฤติกรรมการกระทำผิด ด้วยการวางแผนสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมของแท้ ราคาสูงจากร้านค้าออนไลน์ของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ ก่อนที่จะนำกระเป๋าของปลอมที่ผลิตในจีนและฮ่องกง ไปคืนที่แผนกรับคืนสินค้ากว่า 60 แห่งในรัฐต่างๆ อย่างน้อย 12 รัฐทั่วอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับผิด ก่อนจะนำสินค้าของจริงไปโพสต์ขายออนไลน์

5 ไอเดีย ที่อยากให้ลองทำ ฝึกทำอาหาร-กินล้างพิษ-ลองชิมอาหารที่ไม่เคยชิม

 

ไอเดีย 1 กินล้างพิษ ในรอบปีเราใช้ร่างกายกันอย่างหนักหน่วงทั้งร่างกายและจิตใจ การให้ของขวัญกับร่างกายตัวเอง คือรับประทานอาหารดีๆ มีประโยชน์แก่ร่างกายเพื่อเป็นการล้างพิษ การทานผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง และแป้งน้อยๆ กับน้ำเปล่า อย่างฝรั่ง หรือแอปเปิล ควบคู่ไปกับการล้างพิษทางใจคือ การนั่งสมาธิ หรือถ้าทำไม่ได้ซักวิธี แนะนำให้เลี่ยงอาหารที่เป็นพิษกับร่างกายค่ะ เช่น ของมัน ของทอด อาหารจากกล่องโฟม ผงชูรส ฯลฯ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายสดชื่นมีพลังไปลุยกับงานกองใหญ่

ไอเดีย 2 ฝึกทำอาหาร หรือขนม ทั้งปีเราอาจจะยุ่งเรื่องงานจนไม่มีเวลา ในวันหยุดยาวแบบนี้เป็นโอกาสที่จะฝึกทำเมนูใหม่ๆ โดยมีสมาชิกในครอบครัวและเราเป็นหนูทดลอง

ไอเดีย 3 จัดครัวใหม่ การจัดครัวใหม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเพราะนอกจากจะช่วยให้เราจัดการอาหารเก่าๆ ที่ใกล้หมดอายุแล้ว ก็เป็นการเช็กว่าอุปกรณ์ในครัวมีอะไรต้องทิ้งหรือเปลี่ยน เรียกว่าหาเรื่องช็อปปิ้งแบบมีเหตุมีผล เวลาได้เครื่องครัว ถ้วยชามใหม่ๆ มา ก็จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในครัวให้ดีขึ้น คนรอบข้างก็มีความสุขมากยิ่งขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง อาจจะไปหาซื้อตามตลาดนัดต่างๆ ที่ไม่แพงแต่คุณภาพดีก็ได้ เช่น จตุจักร หรือเช็กว่าห้างไหนมีอุปกรณ์อะไรลดราคา ก็ช่วยให้เราได้ครัวใหม่และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก

ไอเดีย 4 ลองชิมอาหารที่ไม่เคยชิมมาก่อน ปกติคนเราจะชอบทำอะไรเดิมๆ การเอาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ร้านเดิมๆ เมนูเดิมๆ เป็นการกระตุ้นให้เรารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างดี

ไอเดีย 5 ให้อาหารเป็นทาน ในขณะที่เราได้ทานอาหารดีๆ หรืออิ่มท้องกันทุกมื้อ เมื่อเรามีความสุขแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะแบ่งปันความสุขเพราะยังมีคนยากไร้หลายๆ แห่งที่ในประเทศของเราที่ไม่ได้มีโอกาสได้รับประทานอาหารดีๆ การที่เราได้โอกาสในการแบ่งปันอาหารที่เราอาจทำเอง หรือซื้อมา เพื่อเขาเหล่านั้น ช่วยสร้างความสุขให้กับผู้ให้ได้มากมาย อย่างที่เงินก็หาซื้อไม่ได้

งานวิจัยใหม่เผย คนไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย เสี่ยงตายก่อนวัยอันควรสูง

 

งานวิจัยใหม่ล่าสุดที่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่านักดื่มที่ดื่มอยู่เป็นประจำ มีโอกาสตายก่อนวัยอันควรน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย

อาจเป็นเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ แต่งานวิจัยนี้ก็มีการควบคุมการทดลองอย่างดี โดยการศึกษาครั้งนี้นำทีมโดย ชาร์ลส์ โฮลาฮาน นักจิตวิทยาจาก University of Texas at Austin ที่ศึกษาผู้คนที่มีอายุตั้งแต่ 55-65 ปี โดยติดตามชีวิตพวกเขาเป็นระยะเวลา 20 ปี และควบคุมตัวแปรที่ได้แก่สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการออกกำลังกายด้วย

โดยพบว่าคนที่ไม่เคยแม้กระทั่งจิบแอลกอฮอล์เลยแม้แต่น้อย มีอัตราการตายสูงที่สุด, อัตราการตายลดลงมาในคนที่ดื่มหนัก และอัตราการตายน้อยที่สุดในคนที่ดื่มปานกลาง ที่ดื่มวันละ 1-3 แก้ว

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวใช้ผู้ทดลอง 1,824 คน โดยพบว่า 41% ของคนที่ดื่มในระดับปานกลางนั้นตายก่อนวัยอันควร ส่วนคนที่ไม่ดื่มเลยนั้นตายก่อนวัยอันควรถึง 69% ขณะที่คนที่ดื่มหนักมีสัดส่วนคนที่ตายก่อนวัยอันควรอยู่ที่ 60% แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งหลายชนิด ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมไปถึงความเสี่ยงในการประสบอุบัติเหตุและถูกมองในแง่ลบ แต่คนดื่มหนักเหล่านี้ก็ยังมีแนวโน้มตายก่อนวัยอันควรน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มเลยอยู่ดี

คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการศึกษาครั้งนี้คือแอลกอฮอล์สามารถเป็นน้ำมันหล่อลื่นทางสังคมที่ดีเยี่ยม และสร้างเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแกร่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพกายและใจ โดยผู้ที่ไม่ดื่มเลยนั้นมีแนวโน้มที่จะอยู่ในภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่ดื่มบ้าง นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่ดื่มในระดับปานกลางยังมีอัตราการไหลเวียนเลือดและสุขภาพหัวใจที่ดี (ยกเว้นในไวน์แดง)

รู้หรือยัง !! ฟักทองช่วยในการชะลอความแก่ ต้านความชรา

 

“ฟักทอง” พืชพื้นบ้านท้องถิ่นที่มีขายกันมากมายตามท้องตลาด และนำมาทำประเภทอาหารได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของหวาน หรืออาหารคาวก็อร่อย หรือจะนึ่งเป็นอาหารว่างก็แสนง่าย แถมมีประโยชน์มาก ๆ
นอกจากเราจะเป็นอาหารแล้ว ฟักทองยังมีฤทธิ์เป็นยาได้ด้วย เพราะมีวิตามินอยู่หลายชนิด สามารถป้องกันและรักษาได้หลายโรค โดยสามารถใช้ได้ทั้งเนื้อ เมล็ด ราก และเครือฟักทอง เรียกว่า มีประโยชน์ทั้งต้นจริงๆ

เรามาทำความรู้จักกับผักผลไม้ชนิดนี้กันค่ะ ว่าในผลฟักทอง 1 ผลจะมีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง และควรบริโภคอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1. ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา

2. ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิว ให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น

3. ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงและรักษาสายตา

4. สามรถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

5. สามรถควบคุมความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงดวงตา และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ

6. ในฟักทองมีคอลลาเจนตามธรรมชาติ จึงช่วยเสริมสร้าง คอลาเจนใต้ผิวหนังช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส

7. ฟักทองมีกรดโปรไพโอนิคซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง

8. ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย จึงเหมาะแก่คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

9. ป้องกันการเกิดนิ่ว เพราะในฟักทองมีสารคิวเคอร์บิติน มีฤทธิ์ช่วยช่วยขับปัสสาวะ สามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้

10. ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี

ข้อควรระวัง : การทานฟักทองมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้ เพราะฉะนั้นควรทานแต่พอดีนะคะ

มีรูหรือไม่มีรูก็เรียกโดนัทอยู่ดี

 

โดนัท หนึ่งในขนมยอดฮิตที่มียอดขายหลายแสนล้านชิ้นในแต่ละปี พื้นฐานของขนมชนิดนี้คือแป้งทอดกลมมีรูตรงกลาง ทำให้รูปทรงวงแหวนกลายเป็นเอกลักษณ์ของโดนัท ส่วนรสชาติก็ถูกปรับแต่ง ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแต่ละวัฒนธรรม Shredded Pork Donuts ในจีนโรยหมูหย็องไว้ด้านบน Mochi Donuts มีแป้งเหนียวนุ่มกว่า หรือโดนัทรูปร่างน่ารัก ๆ พร้อมรูปวาดในญี่ปุ่น โดนัทที่ไม่มีรูแต่มีการสอดไส้แยม หรือครีม เป็นต้น ต้นกำเนิดของโดนัทเก่าแก่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีโดนัทโด่งดังจนเป็นอาหารประจำชาติเสียอีก
จุดเริ่มต้นของโดนัทมาจากไหนยังไม่แน่ชัดเพราะว่ามีหลักฐานทางโบราณคดีกระจัดกระจายไปทั่ว นับจากซากที่ขุดพบของชาวอเมริกันพื้นเมืองในยุคก่อนที่ผ่านมากว่า 400 ปีแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือบันทึกนักเดินเรือว่า Elizabeth Gregory (อลิซาเบ็ธ เกรกอรี่) แม่ของกัปตันเรือได้ทำ โอลีคูกส์ (Olykoek) หรือ ออยลี เคกส์ (Oil Cake) ขนมของชาวดัตช์สมัยยุคล่าอาณานิคมซึ่งเป็นขนมชนิดแป้งที่ทอดในน้ำมันเป็นครั้งแรก และเป็นขนมที่ย่นระยะเวลาในการทำให้สุกเมื่อเทียบกับการอบแบบขนมชนิดอื่น ๆ จุดประสงค์ของการทำโดนัทในครั้งแรกก็เพื่อใช้เป็นเสบียงให้กับลูกเรือ โดยในตอนแรกใส่ถั่วไว้ตรงกลางของแป้ง Dough จึงเรียกรวมกันว่า Doughnut หรือ Donut นั่นเอง ส่วนรูตรงกลางของโดนัทมีเรื่องเล่าว่า กัปตันเกรกอรี่ไม่ชอบขนมทอดของแม่ซึ่งอมน้ำมัน จึงเจาะรูตรงกลางออก และแนะนำแม่ว่าให้ทำเป็นรูเพื่อให้ไม่อมน้ำมันและถูกใจเขามากกว่า ส่วนอีกกระแสหนึ่งเล่าว่า เขาไม่ชอบถั่วตรงกลางจึงเจาะถั่วออกไป ซึ่งไม่ว่าจะเพราะน้ำมันหรือถั่ว โดนัทก็เริ่มมีรูนับจากนั้น
ต่อมาในปี 1942 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่เหล่าทหารอเมริกันในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังเบื่อหน่าย คิดถึงบ้าน และขาดกำลังใจ จึงมีการพูดคุยถึงการจัดปาร์ตี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และโดนัทสไตล์อเมริกันก็ถูกเลือกให้เป็นขนมที่นำมาเสิร์ฟแก่ทหารในงานสังสรรค์ ด้วยความคิดที่ว่ามันน่าจะทำให้เหล่าทหารหาญระลึกถึงบ้าน รู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งโดนัทก็ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ผลการตอบรับปาร์ตี้โดนัทดีมากจนกาชาดสหรัฐนำโดนัทมาเป็นศูนย์กลางของความบันเทิงสำหรับกองทัพทหารอเมริกันในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่โดนัทขยายความนิยมไปยังทวีปยุโรป ก่อนที่จะกระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลก เรียกได้ว่าจากจุดเริ่มต้นของขนมเสบียงลูกเรือ โดนัทได้กลายเป็นทั้งอาหารคาวและหวาน และยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเมนูอาหารของประชากรโลกด้วย