เงินเดือนหมด ก่อนสิ้นเดือน ทำอย่างไรให้กระเป๋าตังคืนชีพ

 

วันหยุดปีใหม่ผ่านไปไวพอ ๆ กับเงินเดือนและโบนัสที่ผ่านเข้ามานะคะ หลังจากต้องเจอกับเทศกาลท่องเที่ยว เฉลิมฉลอง แจกของขวัญ และจับฉลาก เราเชื่อว่าคนทำงานจำนวนไม่น้อยกำลังประสบปัญหา เงินเดือนหมด ก่อนสิ้นเดือนอย่างแน่นอน ดังนั้น วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงอยากจะชวนคุณตั้งหลักใหม่ เพื่อให้กระเป๋าเงินที่กำลังแห้งเหี่ยวกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งค่ะ

ตั้งเป้าการใช้ชีวิตต่อไป ไม่มี เงินเดือนหมด ก่อนสิ้นเดือนแน่นอน

เงินหมดแต่คุณห้ามหมดหวังนะคะ เพราะอย่างไรชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป ฉะนั้นลำดับแรกคุณควรมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต เพื่อการเก็บเงินก้อนใหม่ แต่หลายคนอาจจะยังขาดแรงบันดาลใจ ลองใช้วิธีตั้งเป้าท่องเที่ยวทริปต่อไปไว้รอ เข้า Google หาที่เที่ยวที่โดนใจ แล้ววางแผนทริปใหม่ คำนวณช่วงเวลาที่จะไป คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด คราวนี้ล่ะแรงบันดาลใจมาเต็ม คุณจะตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินทุกบาทเพื่อที่จะให้ได้ไปทริปในฝันได้ตามเป้าอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเงินก้อนใหม่ก็จะมาไวกว่าที่คุณคิดเสียอีกค่ะ

ใช้โปรโมชั่นให้เป็นประโยชน์

ถึงเวลาของนักล่าโปรโมชั่นแล้ว ที่จริงจะบอกให้คุณหยุดการใช้จ่ายเลยนั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราะหากมีเรื่องจำเป็นที่ต้องซื้อต้องหาจริง ๆ จะให้ทำอย่างไรได้ ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องสวมวิญญาณนักล่าโปรโมชั่นแบบเต็มตัว ต้องรู้จักเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อของ เพื่อให้ได้ของที่ถูกที่สุด ค่าโทรศัพท์หรือบัตรเครดิตต่าง ๆ ที่มีสิทธิพิเศษมอบให้กับลูกค้า เช่น ส่วนลดร้านค้า ร้านอาหาร หรือจะเป็นโปรโมชั่นจากสายการบิน ถ้ามีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหน ไม่ควรมองข้ามโปรโมชั่นดี ๆ เหล่านั้น งานนี้เรียกว่าจะใช้จ่ายอะไรมองหาโปรโมชั่นไว้ก่อนเลยจะได้ประหยัด ๆ ค่ะ

วางแผนการใช้และเก็บเงิน

หลังจากที่ออกไปเจอโลกกว้าง ออกไปใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงกันมาแล้ว เงินก็หมดแล้วด้วย จากนี้ไปไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเก็บตัว กลับมาทำงาน คราวนี้ลองเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ที่บ้าน เลิกงานแล้วกลับมานอนดูหนังฟังเพลง งดนัดเพื่อน งดเดินห้างดูบ้าง แบบนี้มันจะทำให้คุณได้พักผ่อนเต็มที่ร่างกายได้ฟื้นตัว เงินในกระเป๋าก็ฟื้นตาม เพราะไม่ได้ออกไปใช้จ่ายที่ไหน เป็นการยืดอายุเงินในกระเป๋าให้อยู่กับคุณได้นานขึ้น หรือลองใช้เทคนิคใช้เท่าไหร่หยอดกระปุกเท่านั้นดูก็ได้ โดยการคำนวณว่าตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงกลับถึงบ้านวันนี้ คุณมีรายจ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ และให้นำยอดเดียวกันนั้นหยอดกระปุกไปเสีย ทำแบบนี้สักหนึ่งเดือนรับรอง เงินก้อนใหม่เกิดขึ้นได้แน่ ๆ แต่ต้องมีวินัยและซื่อสัตย์กับตัวเองด้วยนะ

หารายได้เสริม

การมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่าทางเดียวเสมอ ฉะนั้นจังหวะนี้อย่ารอช้าลองหาอะไรทำเพิ่มเติมจากงานประจำ ไม่ว่าจะเป็นการดึงความสามารถด้านการทำงานประดิษฐ์ มาทำสินค้าแฮนด์เมดขาย หรือดึงความสามารถที่คุณมีอยู่ในตัวที่คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่น แล้วประกาศลง Facebook ว่าคุณรับทำงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นรับแปลงาน หรือสอนพิเศษเด็กในวิชาต่าง ๆ ที่คุณถนัด คราวนี้ล่ะเพื่อนใน Facebook ที่เห็นแววคุณ อาจจะหยิบยื่นงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทำได้บ้าง คุณก็จะมีรายได้หลายทางมากขึ้นค่ะ

ลงทุนให้เงินงอกเงย

คราวนี้คุณต้องมาคิดเรื่องการต่อยอดเงินที่คุณพอมีเหลืออยู่ให้เพิ่มพูนขึ้นมา เช่นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ลองใช้เวลาเก็บตู้เสื้อผ้า และชั้นรองเท้าของคุณ เลือกของที่ใส่ไม่ได้แล้ว หรือไม่ได้ใช้งานไปขายตามตลาดนัดมือ 2 ซึ่งนอกจากจะมีรายได้เสริมแล้ว ยังถือเป็นโอกาสทำความสะอาดบ้านของคุณรับปีใหม่ไปด้วย หรือหากใครมีสามารถด้านการทำอาหาร ลองทำแล้วโพสต์ขายบน Facebook และ Instragram ของคุณ ถ้าหากกลัวว่าทำแล้วจะขายไม่ได้ กลายเป็นเงินจม อาจเปลี่ยนไปใช้วิธีเปิดพรีออเดอร์ก่อนแล้วถ้าออเดอร์เข้าก็ทำตามจำนวนที่สั่ง แบบนี้ไม่ต้องกลัวขาดทุนเลยเพราะออเดอร์เท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ได้เงินเพิ่มแบบเก๋ ๆ เผลอ ๆ คุณอาจจะกลายเป็นเจ้าของแบรนด์เล็ก ๆ ไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ

หนุ่มก่อสร้างถูกแทงตัดขั้วหัวใจหน้าบ้านคนสวนปาล์มน้ำมัน เหตุกินข้าวไม่เคยช่วยล้างจานชาม

 

หนุ่มก่อสร้างถูกแทงตัดขั้วหัวใจหน้าบ้านคนสวนปาล์มน้ำมัน เหตุกินข้าวไม่เคยช่วยล้างจานชาม เจ้าหน้าที่คุมตัวคนดุแลสวนปาล์มสอบหลักพบหลักฐานคราบเลือดที่เสื้อผ้า เบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธ

เมื่อกลางดึกของวันที่ 29 ม.ค.60 พ.ต.ท.วิทยา สินจำเริญ สว.สอบสวน สภ.เมืองพังงา ได้รับแจ้งว่าพบคนตายถูกแทงที่บริเวณบ้านพักคนสวนไม่มีเลขที่ หมู่4 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา พ.ต.ท.ไชยยา ศรีมาลา รองผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ฤทธิศักดิ์ พลศิริ สว.สส. นพ.มนตรี ธนะกิจ แพทย์ประจำ รพ.พังงา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิโพธิธรรมประภาส และชุดสืบสวน สภ.เมืองพังงา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว

ภายในสวนปาล์มน้ำมัน ห่างจากถนนปากทางเข้าหมู่บ้านในหงบประมาณ 200 เมตร หมู่ 4 ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา พบศพนายยุทธภูมิ อายุ 36 ปี อาชีพคนงานก่อสร้าง อยู่หมู่ 6 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ สภาพศพใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสามส่วนลายทหาร นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดมีรอยถูกของมีคมบริเวณหน้าอกด้านซ้ายลึกตัดขั้วหัวใจ จำนวน 1 แผล

คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ใกล้กันพบเปลยวน และจานข้าวคว่ำอยู่ บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ห่างจากนั้นประมาณ 2 เมตร พบโต๊ะและเก้าอี้มีจานอาหาร ใกล้กันพบขวดเหล้าขาว และขวดเบียร์ จำนวนหนึ่ง

สอบถามทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีนายอรุณ ตั่นเล่ง อายุ 56 ปี คนดูแลสวนปาล์มน้ำมัน อยู่หมู่ 2 ต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง พักอาศัย จากนั้นประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวขี้ม้า มีคราบเลือดบริเวณแขนเสื้อขวา และกางเกงขาสั้นมีคราบเลือดบริเวณขอบกางเกงด้านใน จึงจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา เบื้องต้นชั้นจับกุมนายอรุณ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมนำส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามพยานและหลักฐานในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอรุณ และนายยุทธภูมิ ผู้ตาย นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน จนกระทั่งผู้ตายนอนหลับในเปลบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่านายอรุณ อาศัยจังหวะผู้ตายนอนหลับใช้มีดแทงจนร่างร่วงลงกับพื้น จากนั้นนายอรุณ ออกมาจากที่เกิดเหตุและได้นั่งดื่มเหล้ากับคนรู้จักว่าพร้อมพูดในวงเหล้าว่า “ได้แทงตั้งไว้ศพหนึ่งแล้ว”

คนในวงเหล้าจึงได้เดินทางเข้าดูที่เกิดเหตุ พบว่ามีคนตายจริงจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบศพนายยุทธภูมิดังกล่าว ส่วนสาเหตุพบว่าก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องนายยุทธภูมิ กินข้าวที่บ้านนายอรุณ บ่อยครั้งแต่ไม่เคยคิดจะล้างถ้วยชามให้นายอรุณจนจาน ชาม ต่างๆ มีสภาพสกปรก

บุญรอดฯ หนุนเปิดเสรีคราฟต์เบียร์

 

 

นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการธุรกิจซัพพลายเชน บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า บุญรอดฯ สนับสนุนแนวคิดแก้ไขกฎหมายกรมสรรพสามิต เพื่อส่งเสริมการผลิตคราฟต์เบียร์อย่างถูกต้อง พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐนำบรู มาสเตอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญในการปรุงเบียร์ให้ดีมีคุณภาพ มอบความรู้ความเข้าใจกระบวนการผลิต

สำหรับบุญรอดฯ มองว่าการทำธุรกิจคราฟต์เบียร์ สามารถดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายได้ ในกรณีผู้ทำธุรกิจต้องการบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบขวด ต้องจัดตั้งในรูปแบบบริษัทขึ้นมา มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท มีกำลังการผลิตคราฟต์เบียร์ 10 ล้านลิตร/ปี นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถทางด้านผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันสุขภาพของผู้ดื่ม หรือในกลุ่มผู้ประกอบรายย่อยหากไม่ต้องการบรรจุขวด ก็สามารถทำบรรจุถังเบียร์ เหมือนเช่น โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง

ขณะที่แนวโน้มตลาดคราฟต์เบียร์ในประเทศไทย ตัวเลขในเชิงปริมาณมีราว 10 ล้านลิตร ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก จากเทรนด์เกิดขึ้นในยุโรป ส่วนพฤติกรรมในไทย ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ต้องการเครื่องดื่มที่มีความแตกต่าง แปลกใหม่ และเชื่อว่าคราฟต์เบียร์จะเข้ามาช่วยสร้างสีสันภาพรวมตลาดเบียร์ในเชิงปริมาณ 2,000 ล้านลิตรให้มีความคึกคักยิ่งขึ้น

ปัจจุบันบุญรอดบริวเวอรี่ เป็นผู้ให้การสนับสนุน ชมรมคราฟต์เบียร์ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสมาชิกร่วม 20ราย ทั้งนี้บริษัทมีบรูมาสเตอร์ หรือผู้เชี่ยวชาญในการปรุงเบียร์ให้ดีมีคุณภาพ จำนวนทั้งสิ้น 18 คน ที่มีสามารถและพร้อมให้ข้อมูลความรู้กับผู้ที่สนใจและต้องการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ และหากพันธมิตรหรือสตาร์ตอัพทำคราฟต์เบียร์ที่ดีมีคุณภาพ เราก็พร้อมจะสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันในธุรกิจคราฟต์เบียร์

ทั้งนี้ในประเทศไทยมีบรู เฮ้าส์ หรือผู้ผลิตเบียร์เกือบ 10ราย สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 15 ปี โดยทั้งหมดนี้แสดงที่ตั้งสำหรับการผลิตชัดเจน และมีการเสียภาษี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันคราฟต์เบียร์นำเข้ามาในประเทศไทยมีมากกว่า 50 แบรนด์ และกว่า 10 ยี่ห้อเป็นแบรนด์ของไทย ซึ่งภาครัฐให้เปิดเสรีผลิตคราฟต์เบียร์ เชื่อว่าจะส่วนหนึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น

“ญี่ปุ่น” มีแรงงานต่างชาติพุ่งเกิน 1 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

 

กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จำนวนแรงงานต่างชาติในประเทศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พุ่งสูงเกินกว่า 1 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังญี่ปุ่นเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า จำนวนแรงงานต่างชาติในญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 จากปีก่อนหน้า โดยเป็นอัตราการขยายตัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีติดต่อกัน ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นหันมาจ้างแรงงานต่างชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ แม้จะไม่เต็มใจที่จะรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานก็ตาม นับแต่ปี 2534 ญี่ปุ่นต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากจำนวนประชากรที่ลดลงและการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ต้องออกมาแสดงบทบาทเรียกร้องให้ญี่ปุ่นจัดจ้างแรงงานต่างประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างของญี่ปุ่นเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวในปี 2563 และในช่วงฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2554 ส่งผลให้มีการจัดจ้างแรงงานที่เป็นชาวต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวกว่า 41,000 คนเมื่อเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งมีจำนวนอยู่ที่ประมาณ 29,000 คน

ผู้ใช้แรงงานในญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นชาวจีน คิดเป็นร้อยละ 30 จากจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งหมด ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 6.9 จากปีก่อนหน้า ตามมาด้วยแรงงานชาวเวียดนามในอันดับที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 16 จากจำนวนแรงงานทั้งหมด แต่ขยายตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50

เร่งอ่างเก็บน้ำแม่สอดรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

 

กรมชลประทานเร่งรัดก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน ตั้งเป้าให้เสร็จทันภายในปี 2561 รองรับ เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เผยจะจัดสรรน้ำดิบผลิตน้ำประปา ปีละ 6.5 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่ากับครึ่งหนึ่งของความจุอ่าง 13 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นยังขยายพื้นที่การเกษตรแม่ตาวได้ 6,740 ไร่ และบรรเทาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตเทศบาลแม่สอด
นายประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน อ.แม่สอด จ.ตาก ให้แล้วเสร็จตามสัญญาภายในปี 2561 เพื่อเป็นแหล่งน้ำประปาสำหรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ แม่สอดตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ เนื่องจากสภาพอ่างเก็บน้ำแม่สอดเดิม มีความจุเพียง 5.5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งลำพังการใช้เป็นน้ำประปาอุปโภคบริโภค หรือน้ำเพื่อการเกษตร ล้วนมีข้อจำกัด ดังนั้นเมื่อประกาศเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษก็ยิ่งมีความต้องการใช้น้ำประปาเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กรมชลประทานรับผิดชอบจัดหาแหล่งน้ำรองรับ
นายประพิศกล่าวว่า กรมชลประทานได้วางแผนก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน บริเวณ เหนืออ่างฯ แม่สอดเดิม โดยมีความจุอ่าง 13 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะจัดสรรมาใช้เพื่อการประปา ปีละ 6.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรฝั่งซ้ายห้วยแม่สอดหรือฝั่งขวาของห้วยแม่ตาวได้อีก 6,740 ไร่ โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2558 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2561

“ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง พื้นที่ อ.แม่สอด นอกจากมีปัญหาขาดน้ำในฤดูแล้ง แต่พอฤดูฝนก็ประสบปัญหาอุทกภัยแทบทุกปี การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน ความจุ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร จะช่วย ตัดยอดน้ำได้เกือบครึ่งหนึ่งจากปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัญหาน้ำท่วมเขตเทศบาล แม่สอดก็จะบรรเทาเบาบางลง”
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายณรงค์ ลีนานนท์ รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน พร้อมด้วย นายประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และคณะที่ปรึกษากรมฯ ได้เดินทางลงไปประชุมร่วมและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน

สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จะประกอบด้วยพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด แต่พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.แม่สอด และเป็น 1 ในจำนวน 6 เขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่องของรัฐบาล นอกเหนือจากสระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลาและหนองคาย

ซีพีเอฟมั่นใจไก่-หมูปลอดภัยฉลองตรุษจีน

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตไก่ต้มไหว้เจ้า ที่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่มีนบุรี 2 เพื่อสร้างความมั่นใจผู้บริโภคต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีไก่ทอง รับรองกระบวนการผลิตไก่ของประเทศได้มาตรฐานระดับโลก ยืนยันไก่ไทยปลอดภัยจากสารตกค้าง และไข้หวัดนก
นายธีรยุทธ พัชรมณีปกรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ของซีพีเอฟมีคุณภาพและความปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิต ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอนจนถึงต้นทางจนถึงปลายทาง นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบวัตถุดิบทั้งก่อนและหลังกระบวนการผลิต และได้รับมาตรฐานสากลจากสถาบันต่างๆทั้งในและต่างประเทศ อาทิ GMP, HACCP, ISO9002, ISO14001, TIS18001, ISO/IEC17025, BRC รวมถึง HALAL
สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง คนไทยเชื้อสายจีนจะจับจ่ายซื้ออาหารสำหรับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเฉลิมฉลองในเทศกาล ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ไหว้เจ้าของซีพีเอฟปลอดภัย ปลอดสาร และปลอดการปนเปื้อน และบริษัทฯ ยังได้อำนวยความสะดวกผู้บริโภคยุคใหม่ โดยขยายช่องทางการสั่งจองและซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพปลอดภัย ผู้บริโภคสามารถสั่งจองผ่านทางร้าน 7-Eleven 3,000 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมกับการจำหน่ายผ่านช่องทางค้าแบบเดิม และการค้าปลีกสมัยใหม่ โมเดิร์นเทรด ร้านซีพี เฟรชมาร์ท นายธีรยุทธกล่าว
ในส่วนของผลิตซีพีเอฟคาดการณ์ความต้องการไก่ต้มไหว้เจ้าซีพีในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 100,000 ตัว หรือเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน จากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวดี ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

ทาน 5 ผัก บำรุงสายตา

1 ผักบุ้ง
ผักบุ้งช่วยบำรุงสายตา ไม่ทำให้ปวดตา สายตาสั้น แสบตา จากผักบุ้ง ก็ต้องกินผักบุ้งดิบ ทั้งวิตามิน A และวิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย นอกจากวิตามินแล้ว ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด

2 แครอท
แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีไวตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแครอทีนก็คือ ไวตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตาเพราะมันมีผลต่อปฏิกริยาเคมีของดวงตาต่อแสง ไวตามินเอยังช่วยให้มีผิวที่ดีอีกด้วย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆเช่นมะเร็งได้ดี
3 ตำลึง
ตำลึงมีคุณค่าทางอาหารสูง มีบีตาแคโรทีนที่ดีที่สุด บีตาแคโรทีนเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ เบต้าแคโรทีนเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด
4 คะน้า
คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้า-แคโรทีน ซึ่งร่างการจะเปล่ยนเป็นวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงสายตา เสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณและต้านทานการติดเชื้อ

5 ฟักทอง
ฝักทอง มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินามีวิตามินเอบำรุงสายตามีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

โรคกระเพาะหายได้ ด้วย…ตำรับยาไทย

 

สมุนไพรไทยโบราณของใกล้ตัวซึ่งเปรียบเสมือนยาชั้นเลิศ แต่กลับถูกหลงลืมตามกาลเวลา คุณประโยชน์มากมาย อีกทั้งรักษาโรคได้ไม่ต่างจากยาแผนปัจจุบัน สามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้สารพัดโรคอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคท้องร่วง รวมไปถึงโรคกระเพาะ ที่ส่งสัญญาณเตือนจากการปวดท้อง ทั้งการปวดแบบจุกเสียด แน่นท้อง หรือแสบท้อง ซึ่งมีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้

ว่านหางจระเข้
สมุนไพรไทยแต่โบราณ ที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค และเสริมความงาม ทำให้ว่านหางจระเข้เป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน โดยการรักษาโรคกระเพาะ จะนำวุ้นใสของว่านหางจระเข้มารับประทาน ซึ่งจะช่วยรักษาและสมานแผล รวมถึงลดการอักเสบของกระเพาะอาหาร

กะหล่ำปลี
อาจจะไม่ใช่สมุนไพรไทยดั้งเดิม แต่หมอชาวโรมันก็ใช้กะหล่ำปลีรักษาโรคกระเพาะ อาการปวดท้อง เป็นต้น เนื่องจากในกะหล่ำปลีมีคุณสมบัติช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ และไปกระตุ้นการสร้างเยื่อเมือกในการปกป้องผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อไม่ให้เกิดแผลจากการย่อยของกรดในกระเพาะอาหาร

ขมิ้นชัน
ถือเป็นยาสมุนไพรขนานเอก สามารถรักษาได้หลายโรค รวมทั้งโรคกระเพาะด้วย ถึงแม้จะมีรสชาติที่ขม แต่ก็มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งประโยชน์ของขมิ้นชันจะมีอยู่เกือบทุกส่วน อาทิ ในส่วนของเหง้าหรือหัวของขมิ้น สามารถลดอาการอักเสบของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทั้งยังกระตุ้นการขับน้ำดีส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้นและในส่วนน้ำมันหอมระเหยของขมิ้น มีสารออกฤทธิ์ในการขับลมเพื่อช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้เป็นอย่างดี

เพชรสังฆาต
สมุนไพรไทยโบราณที่เต็มไปด้วยประโยชน์หลายอย่าง ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์หลั่งกรด ทั้งยังลดการทำลายเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหาร และยังมีผลต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย แต่หากรับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดสารตกค้างในร่างกาย รวมทั้งเกิดการระคายเคืองคอและเยื่อบุภายในปาก ดังนั้นควรรับประทานพร้อมกล้วยสุก หรือมะขามเปียก

ลูกยอ
ประโยชน์ของลูกยอสามารถรักษาได้หลายโรค อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคมาลาเรีย โรคไข้หวัด รวมไปถึงโรคกระเพาะ โดยจะช่วยเพิ่มการบีบตัวของหลอดอาหาร ส่งผลให้หูรูดหลอดอาหารแข็งแรงขึ้น ทั้งยังทำให้อาหารเคลื่อนที่จากกระเพาะอาหารไปสู่ลำไส้เล็กได้ดีขึ้น ช่วยย่อยอาหาร และขับลมในกระเพาะอาหาร ทั้งยังช่วยเร่งการสมานแผลของกระเพาะอาหาร ลดการอักเสบของกระเพาะอาหารเฉียบพลันจากแอลกอฮอล์ ลดการหลั่งกรดเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน

กล้วยน้ำว้า
สำหรับกล้วยน้ำว้านั้นคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากจะเป็นผลไม้ไทยที่แสนหาง่าย ราคาไม่แพงแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยสรรพคุณที่รักษาได้หลายโรค รวมไปถึงโรคกระเพาะ ซึ่งในเนื้อและเปลือกกล้วยมีสารยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้ลำไส้เล็กบีบตัวมากขึ้น เพื่อช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและสามารถป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ ถือเป็นการช่วยป้องกันผนังกระเพาะอาหารและลำไส้จากเชื้อโรค

กระเจี๊ยบเขียว
อีกหนึ่งสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ได้เป็นอย่างดี คือ กระเจี๊ยบเขียว เพราะในฝักกระเจี๊ยบนั้นมีสารช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งยังยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่าโรคกระเพาะอาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความทรมานให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก หากไม่รีบทำการรักษาอาจจะส่งผลให้กระเพาะอาหารเป็นแผลเรื้อรังได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเป็นโรคกระเพาะแล้วการรับประทานสมุนไพรก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ที่จะสามารถช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงและยังปลอดภัยอีกด้วย
วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับผักแสนอร่อย 5 ชนิด ที่จะช่วยบำรุงสายตาของเราให้จัดเจนแจ่มแจ๋วกันนะคะ ใครอยากรู้ว่ามีผักอะไรบ้าง รอติดตามกันเลยค่ะ

เมนูต้องเลี่ยง! เมื่อเป็นไข้ทับระดู

 

เมื่อเป็นไข้ทับระดู ไม่ใช่แค่ต้องนอนพักผ่อนและดูแลตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้น แต่คุณควรให้ความใส่ใจกับเรื่องของอาหารการกินด้วย เพราะอาหารบางอย่างก็อาจส่งผลให้อาการไข้ยิ่งแย่ลงได้เหมือนกัน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมเมนูที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดเมื่อเป็นไข้ทับระดูมาฝากกัน ดังนี้

1.แตงกวา

แตงกวา ผักสุดโปรดสำหรับใครหลายๆ คน แต่ช่วงที่กำลังเป็นไข้ทับระดูควรเลี่ยงให้ไกลเลย เพราะแตงกวาอาจทำให้เกิดอาการช็อก และไข้หนักกว่าเดิมได้ อย่าได้เสี่ยงเลยเชียว

2.อบเชย

อบเชย มีฤทธิ์ร้อน ซึ่งเมื่อทานเข้าไปจะทำให้ร่างกายร้อนขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิไข้ยิ่งสูงขึ้นด้วย ทั้งอาจจะกระตุ้นให้ประจำเดือนไหลออกมามากกว่าปกติ จนเป็นอันตรายได้เหมือนกัน

3.น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวอาจจะเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้รู้สึกสดชื่นก็จริง แต่สำหรับช่วงที่เป็นไข้ทับระดูนั้น น้ำมะพร้าวถือเป็นอีกหนึ่งของแสลงเลยล่ะ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการปวดท้องและปวดหลังอย่างหนัก อีกทั้งยังเป็นตัวต้านฤทธิ์ยา ที่เป็นสาเหตุให้ทานยาแล้วไม่ได้ผลอีกด้วย ดังนั้นอย่าเผลอดื่มน้ำมะพร้าวในช่วงนี้เลยเชียว
4.ลำใย

ลำใย ผลไม้ที่เป็นของต้องห้ามในยามป่วยไข้ แต่ไม่ใช่แค่ไข้หวัดเท่านั้นนะ เมื่อเป็นไข้ทับระดู ลำใยก็เป็นผลไม้ที่ห้ามทานเช่นกัน เพราะจะไปกระตุ้นให้ไข้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และอาจอันตรายถึงขั้นช็อกได้

5.ขนุน

ขนุนจะทำให้เกิดอาการร้อนใน และส่งผลให้ไข้ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมได้ จึงไม่ควรทานในช่วงที่กำลังเป็นไข้ทับระดู แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ควรทานเมื่อมีไข้นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นไข้อะไรก็ตาม เพราะจะทำให้ไข้ไม่ลดลงสักที แม้จะกินยาตามแพทย์สั่งอย่างไม่มีขาด

6.น้ำเย็นหรือไอศกรีม

ในคนที่มีประจำเดือน น้ำดื่มเย็นๆ หรือไอศกรีมถือเป็นของต้องห้ามอยู่แล้ว ยิ่งเป็นไข้ทับระดูด้วย ก็ยิ่งไม่ควรทานเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เลือดประจำเดือนหยุดไหล และมีเลือดค้างอยู่ในช่องคลอดจนเป็นอันตรายในระยะยาวได้ อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้เหมือนกัน รู้แบบนี้แล้วก็อดใจงดดื่มน้ำเย็นชั่วคราวไปก่อนจะดีกว่า

และนี่ก็คือ อาหารที่ผู้ป่วยด้วยไข้ทับระดูควรหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้ไข้สูงและไข้ไม่หายง่ายด้วยแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่ออาการช็อกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย นอกจากนี้ช่วงมีไข้ทับระดู ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และทานยาตามแพทย์สั่ง อาจเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนบ้างก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะ

8 อาหารที่มีธาตุเหล็ก กินบำรุงเลือด แก้ภาวะโลหิตจางได้เยี่ยม !

ภาวะโลหิตจางเกิดจากร่างกายขาดธาตุเหล็ก ใครที่กำลังมองหาอาหารที่มีธาตุเหล็กมากินบำรุงเลือดให้สมบูรณ์กันอยู่ล่ะก็ อาหารที่มีธาตุเหล็กเหล่านี้ ช่วยคุณได้ค่ะ

1.ตับ เลือด และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ

อาหารประเภทตับ เลือด และเนื้อสัตว์นั้น อุดมไปด้วยธาตุเหล็กในรูปแบบสารประกอบฮีม (Heme Iron) ที่ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี แนะนำให้กินอาหารในกลุ่มนี้เพื่อช่วยบำรุงเลือด โดยเฉพาะเนื้อแดงเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

2.ธัญพืช แป้ง ไข่ และผักสีเขียวเข้ม

ธาตุเหล็กจากอาหารกลุ่มนี้เป็นสารประกอบธาตุเหล็กที่ไม่ใช่ฮีม (Nonheme Iron) พบได้มากจากอาหารกลุ่มประเภทธัญพืช แป้ง ไข่และผักใบเขียวเข้ม อย่างเช่น ผักคะน้า บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง และมะรุม แต่ควรกินพร้อมกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น มะละกอ ส้ม และมะนาว ฯลฯ เพื่อให้การดูดซึมสารดังกล่าวทำงานได้ดียิ่งขึ้น

3.อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ม้าม และไข่แดง

อาหารกลุ่มนี้เป็นธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปของสารประกอบฮีม (Heme Iron) ที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำสารอาหารไปใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะมีอัตราการดูดซึมถึงร้อยละ 20-30 และหากกินอาหารกลุ่มนี้ร่วมกับวิตามินซีจากผลไม้ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเสริมประสิทธิภาพทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กไปสู่ลำไส้เล็กยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น

4.อัลมอนด์ ซีเรียล ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วดำ และจมูกข้าวสาลี

อาหารธัญพืชกลุ่มนี้ก็เป็นแหล่งของธาตุเหล็กสูงเช่นกัน เพราะฉะนั้น หากใครที่ไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ก็สามารถหันมากินอาหารเหล่านี้แทนได้

5.ข้าวเสริมธาตุเหล็ก ข้าวหอมนิล และข้าวสายพันธุ์ 313

แหล่งคาร์โบไฮเดรตอย่างข้าวก็มีธาตุเหล็กค่อนข้างสูงเช่นกันนะคะ โดยเฉพาะข้าวเหล่านี้ซึ่งนอกจากจะมีธาตุเหล็กแล้วก็ยังมีกรดโฟลิก และคลอโรฟิลส์ สารดังกล่าวเป็นสารที่มีโมเลกุลคล้ายคลึงกับฮีโมโกลบินจากในเม็ดเลือดแดง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกินอาหารเสริมธาตุเหล็กที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์อย่างมากทีเดียว

6.แครอท ฟักทอง และมะเขือเทศ

อาหารเหล่านี้ก็มีธาตุเหล็กอยู่บ้างเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ธาตุเหล็กจากผักผลไม้ก็มักเป็นธาตุเหล็กที่ค่อนข้างละลายยาก การดูดซึมสารอาหารเพื่อนำไปใช้จึงเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้น แนะนำให้กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อย่างตับ ไข่แดงและเนื้อแดงควบคู่กันด้วยจะดีกว่า

7.กระเทียม พริก และขมิ้น

กระเทียม พริก และขมิ้น เป็นสมุนไพรที่มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น จึงช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ด้วย

8.น้ำว่านหางจระเข้

น้ำว่านหางจระเข้ เป็นเครื่องดื่มที่ชาวต่างประเทศมักนิยมดื่มเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเลือด ทั้งนี้ก็เนื่องจากในว่านหางจระเข้เปี่ยมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์ เอนไซม์ กรดอะมิโน วิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการกำจัดของเสีย ช่วยต่อต้านการอักเสบ และยังมีบทบาทส่งเสริมให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

และนี่ก็คือ 8 กลุ่มอาหารที่มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงเลือดได้อย่างสมบูรณ์ ใครที่อยากกินอาหารบำรุงเลือด ต้องหันมากินอาหารเหล่านี้เป็นประจำนะคะ ส่วนใครไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ จะหาผักผลไม้หรืออาหารธัญพืชมากินควบคู่กับวิตามินซีก็ได้เช่นกัน